ลุยเดี่ยว เวียงจันทน์ - วังเวียง

Last updated: Feb 2, 2017  |  1564 จำนวนผู้เข้าชม  |  Inspiration

ลุยเดี่ยว เวียงจันทน์ - วังเวียง

สปป.ลาว ประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่คู่กับประเทศไทยเรามานาน น้อยคนนัก อาจจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนประเทศนี้ และอาจจะคิดไปเองว่า ประเทศเขาล้าหลังกว่าเรามาก แต่ถ้าได้มีโอกาสมาแล้ว รับรองว่า ความคิดที่ผ่านมาของเรานั้นต่างหากที่ล้าหลังจนและไม่รู้จักเปิดใจ

วันนี้ ทางเว็บไซต์เราจึงขอนำเสนอแง่มุมนึงของประเทศนี้ ผ่านมุมมองของผม วัช นักการตลาดแห่ง สมุนไพรเอเซียฟาร์มาซี  กับการเดินทางแบ็คแพคครั้งแรก คนเดียวในต่างประเทศ ถ้าเลือกจะไปเที่ยวที่ไหนซักที่ ผมแนะนำที่นี้เป็นที่แรก กับ สปป.ลาว เวียงจันทน์ – วังเวียง ด้วยเหตุผลที่ว่า

1.ใกล้เมืองไทย

2.ประหยัดค่าใช้จ่ายเยอะอยู่ แม้อาหารจะแพงกว่าบ้านเราหน่อยก็ตาม

3.ผู้คนอัธยาศัยดี

4.ภาษาเข้าใจกันได้ง่ายๆ

โดยทริปที่ผมไปเที่ยวมา ขอบอกก่อนเลยว่า เป็นการเที่ยวครั้งแรกจริงๆ เพราะฉะนั้น ย่อมมีการลองผิดลองถูกกันไป ถึงเรื่องการเดินทาง หรือการพัก พูดง่ายๆคือ ยังเป็น Backpacker มือสมัครเล่นที่ยังอ่อนหัดนัก บางอย่างจึงจำเป็นต้องเสียเงินเยอะหน่อย เพื่อลดความลำบากลงไป เอาเป็นว่า ทุกอย่างอยู่ที่การบริหารจัดการของตัวเราเองหมดเลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้น ตามสะดวก อาจจะจัดทริปดีกว่าผม หรือ ประหยัดกว่าผมก็ได้ครับ

วันที่ 1 : วันที่ 19 มกราคม 2560




ผมเริ่มเดินทางจากสนามบินดอนเมือง เวลา 12:50 นาที เวลาเดินทางใช้เวลาสั้นมากๆครับ คือแค่ 45 นาทีเท่านั้น เมื่อมาถึงสนามบิน วัตไต เวียงจันทน์ สิ่งหนึ่งที่ผมไม่รอช้าเลยก็คือ การไปแลกเงินมาก่อน ซึ่งเรตตอนนั้น ตกอยู่ที่ 1 บาท = 231 กีบ ซึ่งตอนนั้นผมพกเงินไทยไป 5 พันบาทครับ แต่ไม่ได้แลกหมด ทยอยแลกครับ คือแลกทีละ 2,000 บาท หลังจากนั้นก็ไปซื้อซิมโทรศัพท์ของลาวก่อนเลย เพราะถ้าใช้โรมมิ่งจากเครือข่ายบ้านเรา มีหวังเสียค่าบริการเป็นพันแน่ ซึ่งราคาซิมและค่าแพคเกจก็ตกราวๆ 200 กว่าบาทเองครับ แถมเน็ตแรงมากด้วย หลังจากซื้อซิมเปลี่ยนซิมในเครื่องเรียบร้อยแล้ว ผมก็จองแท็กซี่ที่อยู่ในสนามบินก่อนเลยครับ เพราะผมเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องเดินทางไปทางไหน หลังจากขึ้นแท็กซี่ แท็กซี่ก็พาผมไปที่โรงแรม ละอองดาว 1 ที่ได้จองไว้ผ่านเว็บไซต์ เพื่อเอาสัมภาระไปเก็บในห้องก่อน

มาถึงห้องหิวมาก แถมง่วงด้วย เลยคิดว่ากินก่อนดีกว่า วันนี้วันแรก ตั้งใจจะกินแป้งจี่เสียหน่อย แป้งจี่คืออะไร แป้งจี่คือขนมปังฝรั่งเศสที่ผ่ากลาง ยัดไส้เป็นตับบด แฮม ผัก หมูยอ แล้วแต่ว่าร้านจะใส่อะไรลงไป ชิ้นนึงนี้ให้พลังงานเยอะอยู่ครับ กินชิ้นเดียวเดินเล่นเวียงจันทน์ได้ทั้งวัน มาวันแรกไม่รู้จะเดินทางไปไหน ผมก็เดินวนเวียนไปแถวห้างเวียงจันทน์เซ็นเตอร์ ที่เป็นห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่ของเวียงจันทน์ ข้างในมีโรงหนังแบบเมเจอร์ด้วย จัดว่าดีเหมือนกัน แต่ไม่มีเวลามาดูหนังหรอกครับ 555 ถนนเส้นนั้นจะมีห้างใหม่กำลังสร้างด้วย จัดว่าใหญ่โตอยู่เหมือนกัน แต่จำชื่อไม่ได้แล้ว


เดินๆอยู่ก็เริ่มหิวครับ เลยลองเข้าร้านอาหารดู แต่ราคาก็โหดอยู่พอสมควร เพราะวัตถุดิบส่วนใหญ่นำเข้าจากเมืองไทยอยู่เยอะ ผมเลยตัดสินใจสั่งอาหารจานเดียวง่ายๆมากิน พอตอนค่ำก็รีบนอนก่อนเลยครับ เพราะตั้งใจจะไปวังเวียงแต่เช้า

วันที่ 2 : 20 มกราคม 2560

                เช้าวันนี้ต้องรีบตื่นครับ เพราะเราจะต้องเดินทางไปวังเวียงแต่เช้า เพราะเส้นทางการเดินทางใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว ผมตื่นมาราวๆตี 5 ครึ่ง รีบอาบน้ำ แต่งตัว และทานอาหารเช้า ใจก็กังวลว่าจะเดินทางไปยังไง มันมีตัวเลือกคือ ให้ทางโรงแรมโทรเรียกรถมารับเรา แต่กว่าจะมาก็ 9 โมงเช้าครึ่ง ไปถึงก็ราวๆบ่ายโมงครึ่ง ซึ่งผมเองก็กังวลว่าจะไปสาย เพราะวังเวียงค่อนข้างจะกว้าง ไม่รู้จะเก็บหมดไหม ก็เลยออกจากโรงแรมเดินหารถสองแถวขึ้นเพื่อจะไปขนส่งสายเหนือ แต่ก็หาไม่เจอ ไม่รู้จะขึ้นยังไง เอาว่ะ ตัดสินใจเรียกตุ๊กๆเดินทางไปขนส่งแทนก็ได้ ก็เสียค่าเดินทางไป 50,000 กีบ หรือราว 200 กว่าบาทไทย แต่ก็ถือว่าดี อากาศยามเช้าในเวียงจันทน์จัดว่าเย็นสบายอยู่เหมือนกัน พอไปถึงผมหารถที่จะเดินทางไปวังเวียงก่อนเลยครับ มีทั้งรถทัวร์ และ รถตู้ รถตู้จะคล้ายๆบ้านเราละครับ เต็มก็ออก เอาวะนั่งรถตู้ เสียอีก 200 ร้อยบาท ถนนที่นั้นก็ไม่ถึงกับดีมาก แต่ก็ไม่ได้เละเทะอะไร รถจะไม่ใช้ความเร็วในการขับขี่ ถือว่าเร็วกำลังดี แต่ก็อันตรายเพราะ คนที่นี่ชอบขับรถแซงทางโค้ง เกือบรถอีกเลนประสานงา ยิ่งเวลาขึ้นเขาผ่านหลายๆโค้ง ค่อนข้างจะเมาอยู่พอสมควรครับ ใครนั่งหลังก็เตรียมอ้วกได้เลย

                มาถึงวังเวียง เราจะต้องนั่งรถ (หรือเดิน) ต่อเข้าไปในเมืองครับ พอดีมีคนไทยนั่งรถตู้มาด้วยกัน ก็เลยชวนกันขึ้นตุ๊กๆไปตามที่พักที่จองไว้ของแต่ละคน ค่าเดินทาง 10,000 กีบเท่านั้น พอลงมาจากรถ ผมก็รีบาที่พักก่อนเลย ก็บังเอิญเจออยู่ที่หนึ่งบนเส้นริมน้ำซอง ชื่อว่าเอือนธรรมชาติ จัดว่าแจ่มอยู่ครับ ราคา 600 กว่าบาทแต่นอนได้ 3 คน ทั้งๆที่มาคนเดียว

                เดินออกมา เช่ารถมอเตอร์ไซต์ รุ่น Wave 110 ราคาเงินไทย 200 บาท ขี่เล่นในตัวเมือง ที่นี้ต้องขับขี่เลนขวานะครับ อย่าลืม เผลอไปเลนซ้ายจะเป็นเรื่อง ผมขับเข้ามาที่สะพานข้ามแม่น้ำซองเพื่อจะได้เดินทางไปบลูลากูน ค่าข้ามสะพาน 10,000 กีบครับ ขับไปเรื่อยๆ สองข้างทางสวยมากครับ อดไม่ได้ที่จะต้องลงมาถ่ายรูป

                ขับไป จนถึงบลูลากูน เสียค่าเข้าอีกแล้ว 10,000 กีบ เหมือนเดิม คนเกาหลีมาเล่นน้ำที่นี้กันเยอะมาก น้ำใสแจ๋วเลย ถ่ายรูปอยู่บริเวณนี้ สักพัก ขึ้นไปถ้ำปูคำ ทางขึ้นทุลักทุเลมาก ขึ้นจนปวดขาเลยครับ แต่ลงไปข้างใน จัดว่าสวยอยู่ เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปมา

                ผมขับรถออกมา หาผาเงิน แต่หาไม่เจอ หงุดหงิดมาก เลยกลับมาที่เมืองก่อน หาอาหารเครื่องดื่มกินที่ริมแม่น้ำซอง สวยมาก อากาศดี ตลอดทั้งวันขี่รถเล่นในเมือง กล้ามไหว้พระ มาครั้งนี้เสียเที่ยวหลายจุดอยู่ เพราะไม่รู้จักถ้ำจัง รู้จักแต่ซากุระบาร์ ตอนกลางคืนเลยแวะเสียหน่อย จัดว่าโอเคครับ มีฟรีดริ้ง เลยดื่มไปพอให้หายอยากค่อยจากไป ตังไม่เสีย




วันที่ 3 : 21 มกราคม 2560

                วันที่ 3 ตื่นมาแต่เช้าเลยครับ อากาศมันดีมากๆจนไม่อยากอยู่บนเตียง ผมเดินออกมาจากที่พักเดินไปที่แม่น้ำซองที่อยู่หลังที่พักของผม เพื่อต้อนรับบรรยากาศยามเช้า และอาบน้ำแต่งตัวออกไปซื้อโจ๊กกินยามเช้า โจ้กที่นี้สุดยอดจริงๆครับ อร่อยมาก เมืองนี้เกาหลีเยอะเป็นอันดับ 1 จริงๆ เพราะบริษัททัวร์ของเกาหลีมาตั้งที่นี้ และมีร้านค้า K-Mart จากเก่หลีมาอำนวยความสะดวก ผมเดินเล่นในตัวเมือง แวะไปวัดวา อารามกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะขึ้นรถตู้กลับไปเวียงจันทน์เพื่อไปข้างคืนอีกคืน

                เมื่อรถเดินทางกลับมาที่เวียงจันทน์ ผมนั่งรถเมล์จากขนส่งราคาแค่ 5,000 กีบเข้าไปตัวเมือง เสียดายที่ผมไม่มีแผนที่ เลยไม่รู้จะลงไหน เลยขอเขาลงตลาดเช้า แล้วก็เจอโรงแรมเก่าๆ โทรมๆ ใกล้ๆกับแยกตลาดเช้า ผมเข้าไปจองห้องพักก่อนเลยครับ แล้วนั่งพัก ออกมาหาอะไรกินที่ตลาดเช้า อาหารจัดว่าอร่อยเหมือนกันครับ ผมกินก๋วยเตี๋ยวลาว ตอนแรกก็หวั่นๆว่า ท้องไส้จะปรกติหรือเปล่า เพราะแมลงวันเยอะมาก



                หลังจากทานเสร็จ ก็เลยคิดว่าต้องใช้เวลาที่เหลือเดินเล่นในเมืองเวียงจันทน์เสียหน่อย อย่างน้อยก็น่าจะเก็บภาพสวยตามสถานที่เที่ยวบ้าง บริเวณที่ผมไปคล้ายๆแถวราชดำเนินเลยครับ มีวัดวาอารามที่เป็นสถานที่สำคัญให้คนแวะมาเยี่ยมชมกราบไหว้กันด้วย พอช่วงเย็นผมเห็นรถ Shuttle Bus ของห้าง ITecc Mall ผมรีบไม่รอช้า ขึ้นนั่งทันที โดยบอกกับโชว์เฟอร์ว่า จะขอนั่งไปเรื่อยๆ อยากลงตรงไหนเดี๋ยวบอก



                รถรางพาผมผ่านประตูชัย จึงถ่ายรูปประตูชัยไว้เป็นที่ระลึก หลังจากนั้นรถขับพาผมมาเส้น สุพานุวง ซึ่งเป็นถนนที่เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และ เกสต์เฮาส์สำหรับคนต่างชาติ คล้ายๆข้าวสารบ้านเราแหละครับ เพียงแต่ไม่อึกทึกเละเทะ ถัดไปอีกสายคือเส้นริมโขง ตอนค่ำจะมีตลาดนัดอยู่ที่สายนี้ด้วย ผมเดินเล่น จิบเบียร์และ แวะซื้อของก่อนกลับ เป็นช่วงเวลาที่ผมว่าสนุกดีมากครับ ที่มาเดินเล่นเส้นนี้



วันที่ 4 :  22 มกราคม 2560

               วันนี้เป็นวันสุดท้ายในการเที่ยวแล้วครับ ผมตื่นมาแต่เช้า ไปหาอาหารเช้ากินที่ตลาดเช้าที่อยู่ใกล้กับโรงแรมที่พัก ผมได้ไปเจอกับร้านขายโจ๊กและก๋วยเตี๋ยวลาว (เรียกว่าแป้งเปียก) คล้ายๆก๋วยจั๊บญวนแหละครับ กินไป ก็ถือว่าอร่อยอยู่ แล้วลองกินโจ๊กแบบลาวดูบ้าง เขาไม่ใส่หมูสับนะครับ แต่ใส่กระดูกหมูแทน ทานกับปาท่องโก๋ชิ้นใหญ่ได้ใจมาก อิมมากครับมื่้อเช้า เสร็จแล้วผมก็ขึ้นรถ 2 แถวแถวตลาดเช้า เพื่อไปสนามบินต่ออีก ราคาตกที่ 5,000 กีบ จองตั๋วแล้วเดินทางกลับ พร้อมกับความประทับใจที่ไม่รู้ลืมเลยครับ 



 

               

 

Powered by MakeWebEasy.com